ประวัติ พลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ

  

          
       พลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ นักการเมืองชาวไทย เป็นอดีตผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
กลาโหม (นายชวน หลีกภัย) เคยเป็นอดีตเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาสันติ และพรรคต้นตระกูลไทย
รวมถึงอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่
 
ประวัติ

กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2489 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรชายของ นายบุญยืน รัฐประเสริฐ (แซ่เตียว)
กับ นางสุพรรณี รัฐประเสริฐ (นามสกุลเดิม ยศไกร) จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา, โรงเรียน
สารวิทยาและโรงเรียนอำนวยศิลป์, โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 7, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 18 (ตท.7 และ จปร.18-
รุ่นเดียวกับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ,พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ,พล.อ.อ.สมหมาย ดาบเพ็ชร ,พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ และ
พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์) , โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 57, โรงเรียนศูนย์รักษาความปลอดภัย
หลักสูตรการต่อต้านการก่อวินาศกรรม, นักยุทธศาสตร์รุ่นที่ 1 จากกรมยุทธการทหาร, วิทยาลัยเสนาธิการทหาร รุ่นที่ 32,
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 41 (วปอ.รุ่นที่ 41), ปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต ทางรัฐประศาสนศาสตร์
จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ชีวิตส่วนตัว พล.อ.กิตติศักดิ์มีชื่อเล่นว่า "อู๊ด" จึงมักถูกเรียกว่า "เสธ.อู๊ด" สมรสกับ
ดร.บวรพรรณ รัฐประเสริฐ (นามสกุลเดิม วีระปรีย) บุตรสาวของ พลเอกประลอง วีระปรีย กับคุณหญิงวัลลีย์ วีระปรีย (เสนาณรงค์)
มีบุตรชาย 2 คนคือ บวรศักย์ รัฐประเสริฐ และ บวรสิทธิ์ รัฐประเสริฐ[2]
การทำงานราชการ
      
      การรับราชการ เคยได้รับโปรดเกล้าเป็นนายทหารราชองครักษ์เวร เคยเป็นผู้บังคับบัญชาสำนักงานทหารพัฒนา ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2536 - 30 กันยายน พ.ศ. 2539 เมื่อครั้งมียศ พลตรเป็นผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (อัตรา "พลโท") และได้รับโปรดเกล้าฯเป็น พลเอก เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2543 และเข้าโครงการ เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดเมื่ออายุได้ 53 ปี โดยมีตำแหน่งสุดท้ายเป็นเลขานุการส่วนตัวและหน้าห้องของ
นายชวน หลีกภัย ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บทบาทในทางการเมือง พล.อ.กิตติศักดิ์
เคยลงรับเลือกตั้งในพื้นที่เขต 1 กรุงเทพมหานคร (เขตบางซื่อ, เขตดุสิต, เขตราชเทวี) ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 กรกฎาคม
พ.ศ. 2538 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นได้ไปช่วยเหลือ นายชิงชัย มงคลธรรม ฟื้นฟูพรรค
ความหวังใหม่ ขึ้นอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2545 และได้ลาออกไปเมื่อต้นปี พ.ศ. 2546
      จากนั้นได้เข้าร่วมกับทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เข้าร่วมการชุมนุมทั้งในปี พ.ศ. 2549 และ พ.ศ.
2551 หลังจากนั้นได้เข้าร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ของทางกลุ่มพันธมิตรฯ โดยมีชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย ในวันที่
24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ที่ประชุมของพรรคการเมืองใหม่ ได้มีมติส่ง พล.อ.กิตติศักดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 6
กรุงเทพมหานคร (เขตบึงกุ่ม, เขตคลองสามวา, เขตคันนายาว, เขตหนองจอก ) ในการเลือกตั้งแทนที่ นายทิวา เงินยวง
ส.ส.เก่าของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถึงแก่กรรมไป ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ทางพรรคการเมืองใหม่ได้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งด้วย
แต่ทว่าในวันรุ่งขึ้น พล.อ.กิตติศักดิ์ ได้ประกาศถอนตัว เนื่องจากอ้างว่า สำรวจคะแนนเสียงแล้วไม่ดี และไม่ต้องการแข่งกับ
ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย คือ นายก่อแก้ว พิกุลทอง เนื่องจากได้รับข้อหาผู้ก่อการร้ายในระหว่างเหตุการณ์ การชุมนุมของ
กลุ่มคนเสื้อแดง พ.ศ. 2553 ซึ่งเรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อมามากมาย ต่อมา พล.อ.กิตติศักดิ์ิ์ได้ลาออก
จากพรรคการเมืองใหม่และยุติบทบาททั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแล้ว เพราะเหตุ
ความไม่โปร่งใสในการเป็นกรรมการบริหารพรรคของสมาชิกบางคน[6][7]เป็นปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น ประธานภาคี
เครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ปปช.ภาคประชาชน) และเป็นวิทยากรประจำรายการ ห่วงบ้านห่วงเมือง
เป็นประจำทุกวันศุกร์ เวลา 21.00-22.00 น. ทางช่องไททีวี ต่อมาในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคประชาสันติ[8] โดยลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 ของพรรค

          

   

ขอขอบคุณข้อมูลจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี