ประวัติ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส




  พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส (ชื่อเดิม: เสรี เตมียเวส) อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เจ้าของฉายา "วีรบุรุษนาแก" และ "มือปราบตงฉิน"

ประวัติ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายนพ.ศ. 2491 (ชื่อเล่น: ตู่) ที่จังหวัดธนบุรี เป็นบุตร นายชื้น และ นางอรุณ สมรสกับ
คุณหญิงพัสวีศิริ (สกุลเดิม เทพชาตรี) มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นางสาวศศิภาพิมพ์, นายทรรศน์พนธ์ และนางสาวทัศนาวัลย์
 
 
การรับราชการตำรวจและการเมือง

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จบศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนทวีธาภิเศก จากนั้นจึงได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8 (ตท.8)
รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ, พล.อ.กิตติพงษ์เกษโกวิท, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอมพล.ร.อ.วีรพล วรานนท์ร.น.,
พล.อ.อ. อาคม กาญจนหิรัญ และพล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 24 (นรต.24) เคยรับราชการอยู่ที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ช่วง พ.ศ. 2515-2524 ได้ต่อสู้ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ จนบ้านเมืองบังเกิด
ความสงบเรียบร้อย และได้รับการยกย่องว่าเป็น "วีรบุรุษนาแก" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
   พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองปราบปราม เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อ พ.ศ. 2533-2534 ขณะ พลเอก
ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี และต้องพ้นจากตำแหน่ง ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2534
ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น เสรีพิศุทธ์ นัยว่า เพื่อแก้เคล็ด เนื่องจากชื่อไม่ถูกโฉลก
   พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีภาพลักษณ์เป็นนายตำรวจมือปราบที่ซื่อตรง ได้ฉายาว่า "มือปราบตงฉิน" ผู้มีอำนาจในหลายรัฐบาลมักเลือก
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้เข้ามาสืบสวนสอบสวนคดีอื้อฉาวที่สังคมและสื่อตั้งข้อสงสัย ทำให้ได้รับผลกระทบจากการเมืองบ่อยครั้ง
โดยมักถูกโยกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้ควบคุมกำลัง เช่น กองวิทยาการตำรวจ หรือ ประจำกรมตำรวจ เป็นต้น
   แต่อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น
ผู้บัญชาการตำรจสอบสวนกลาง จเรตำรวจแห่งชาติคนแรก แต่ต่อมาก็ยังถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษา
สบ.10 ก่อนจะมารักษาการในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2550 แทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ
ที่ได้รับคำสั่งไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี
   พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ได้รับการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550
   เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2550 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้มีประกาศ ฉบับที่ 1 แต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
   เมื่อต้นปี พ.ศ. 2551 ภายหลังพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.ทินกร มั่งคั่ง อดีตนายเวร ที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ปลดออกจากราชการ ลงนามหนังสือร้องเรียนถึงนายสมัครฯ ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรี
ได้ลงรับหนังสือร้องเรียนทั้ง 3 ฉบับ ไว้พร้อมกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และ ในวันรุ่งขึ้น นายสมัคร ก็ได้ออกคำสั่งแต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ทันที โดยข้ามขั้นตอน ไม่ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
เสียก่อน และในวันเดียวกันนั้นก็ได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน
    ต่อมา วันที่ 8 เมษายน ปีเดียวกัน นายสมัครฯ ก็ได้ออกคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 73/2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ออกจากราชการไว้ก่อน โดยที่ยังไม่ทันได้เริ่มทำการสอบสวนใด ๆ ทั้งสิ้น และแต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาทฯ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. แทน
    หลังจากนั้น ในวันที่ 16 มิถุนายนพ.ศ. 2552พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ได้ทำการแถลงข่าวที่โรงแรมโนโวเทลสยามสแควร์ ถึงเรื่องที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยกล่าวว่าตนถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม
      ต่อมาเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้สั่งให้ยุติการสอบสวน และยกเลิกคำสั่งให้ พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ฯ ออกจากราชการไว้ก่อน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553
      และในที่สุดนายสมัครฯ ก็ถูกลุ่มพันธมิตรขับไล่ ยึดทำเนียบรัฐบาล และต่อมาถูกคำสั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ออกจาก
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 กันยายน 2551 ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาทฯ ก็ถูกนายอภิสิทธิ์ฯ มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี
ที่ 228/2552 ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ลงโทษปลดออกจากราชการ และยังตกเป็นจำเลยในคดีที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ฟ้องอีกหลายคดี
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ
ในวันที่ 25 สิงหาคมพ.ศ. 2555พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ได้เปิดตัวแสดงเจตนาที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งที่มีขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ในนาม "กลุ่มพลังกรุงเทพ"[5] โดยได้เบอร์ 11 และได้รับคะแนนไปทั้งสิ้น 166,582 คะแนน แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ก็มีคะแนนเป็นอันดับสามจากบรรดาผู้สมัครทั้งหมด 25 คน
 

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

• พ.ศ. 2545 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
• พ.ศ. 2540 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
• เหรียญรามมาลาเข็มกล้ากลางสมร (ร.ม.ก.)
• เหรียญพิทักษ์เสรีชน (ส.ช.) ชั้นที่ 1